บึงกาฬ_บึงโขงโหลง

ที่พักหลักร้อย บึงกาฬ

จองที่พัก · โรงแรมหรู · โรงแรมราคาประหยัด · โฮสเทล · บ้านพัก · รีสอร์ท · โฮมสเตย์ · ฟาร์มสเตย์ · วิลลา · จองโรงแรม · จองห้องพัก · จองโรงแรมออนไล์ · จองโรงแรม · จองรีสอร์ท · ห้องพักโรงแรม · BookingHotels · Booking · Hotel




โรงแรมในบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดที่มีการร้องขอให้จัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2537 และผ่านมติเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553 โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อนำทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป โดยจะต้องออกเป็นพระราชบัญญัติการจัดตั้งจึงจะมีผลโดยสมบูรณ์

 การร้องขอจัดตั้งถูกขอตามข้อเสนอของนายสุเมธ พรมพันห่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเสรีธรรม จังหวัดหนองคาย โดยแยกพื้นที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า ออกจากจังหวัดหนองคาย

 จังหวัดบึงกาฬที่เสนอให้จัดตั้งมีพื้นที่ทั้งหมด 4,305 ตร.กม. จากการสำรวจความเห็นของประชาชน จำนวน 366,903 คน ปรากฏว่าประชาชนเห็นด้วยกับการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ ร้อยละ 98.83 หากมีการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ จะมีประชากรประมาณ 390,000 คน ประกอบด้วย 8 อำเภอ

สภาพทั่วไป

 ปัจจุบันบึงกาฬเป็นอำเภอที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง มีน้ำตก มีภูเขา เป็นอำเภอที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับแม่น้ำโขง และแขวงบริคำไชย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

 กระบวนการพิจารณา

 เมื่อปี พ.ศ. 2537 กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งผลการพิจารณาว่ายังไม่มีแผนที่จะยกฐานะอำเภอบึงกาฬขึ้นเป็นจังหวัด เพราะการจัดตั้งจังหวัดใหม่เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังคนภาครัฐซึ่งขัดมติคณะรัฐมนตรี

 ต่อมาในปี พ.ศ. 2553 กระทรวงมหาดไทย ได้นำเรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ ต่อมาในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ

 ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/จังหวัดบึงกาฬ


บึงกาฬ_บึงโขงโหลง
บึงกาฬ_บึงโขงโหลง

จังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ มีวัดอาฮงศิลาวาส (แก่งอาฮง) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ตำบลไคสี ห่างจากอำเภอเมืองบึงกาฬ ๒๑ กิโลเมตร บริเวณวัดกว้างขวางและสวยงาม เป็นที่ประดิษฐาน”พระพุทธคุวานันท์ศาสดา” หล่อด้วยทองเหลืองลักษณะคล้ายกับพระพุทธชินราช เชื่อกันว่าลำน้ำโขงบริเวณหน้าวัดเป็นจุดที่ลึกที่สุดในแม่น้ำโขง หรือเรียกกันว่า “สะดือแม่น้ำโขง” ได้เคยมีการวัดโดยใช้เชือกผูกกับก้อนหินหย่อนลงไปได้ถึง ๙๘ วา ในฤดูน้ำหลากกระแสน้ำจะไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ เมื่อรูปกรวยแตกจะมีเสียงคล้ายกระแสน้ำไหลเซาะโขดหินแล้วจะค่อย ๆ หายไป เมื่อกระแสน้ำเชี่ยวมาอีกก็จะก่อตัวขึ้นใหม่เกิดสลับกันตลอดทั้งวัน ส่วนหน้าแล้งในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม จะมองเห็นแก่งชัดเจน ตามตำนานเล่าสืบต่อกันว่าบริเวณสะดือแม่น้ำโขง จะมีถ้ำใต้โขดหินใหญ่ฝั่งประเทศลาวเป็นที่อยู่ของปลาบึกซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดอาฮงศิลาวาส และเป็นที่ชุมนุมของเหล่าพญานาคในวันเทศกาลออกพรรษา เพื่อทำบุญบั้งไฟเป็นพุทธบูชาร่วมกับมนุษย์ จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และทำให้บริเวณนี้มีบั้งไฟพญานาคขึ้นเป็นจำนวนมาก วัดโพธิ์ธาราม (วัดหลวงพ่อพระใหญ่) ตั้งอยู่ที่บ้านท่าไคร้ หมู่ ๕ ตำบลบึงกาฬ ห่างจากตัวอำเภอเมืองบึงกาฬ ๕ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ (บึงกาฬ-นครพนม) เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๒ เมตร ประดิษฐานบนแท่น ๔ เหลี่ยม ซึ่งได้บูรณะขึ้นใหม่ในปี ๒๕๓๗ ชาวบึงกาฬได้จัดให้มีการสมโภชหลวงพ่อพระใหญ่ปีละ ๒ ครั้ง คือ วันเพ็ญ เดือน ๓ และช่วงเทศกาลสงกรานต์ศาลเจ้าแม่สองนาง ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ ในตลาดอำเภอเมืองบึงกาฬ โดยปกติประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขงจะเสียชีวิตในลำน้ำโขงปีละหลายคน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการกระทำของเทพเจ้าทางน้ำ ชาวบ้านจึงจัดให้มีพิธีบวงสรวงเจ้าแม่สองนางเพื่อเป็นศิริมงคลและให้คุ้มครองผู้ที่ประกอบอาชีพทางน้ำให้พ้นจากภัยอันตราย หนองกุดทิง ห่างจากตัวอำเภอเมืองบึงกาฬ ๕ กิโลเมตร เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ๒๒,๐๐๐ ไร่ ลึก ๕ – ๑๐ เมตร มีความหลากหลายทางชีวภาพ ประกอบด้วยสัตว์น้ำกว่า ๒๕๐ สายพันธุ์ ปลาที่เป็นเอกลักษณ์ไม่มีที่ใดในโลก ๒๐ สายพันธ์ พืชน้ำกว่า ๒๐๐ ชนิด นกพันธุ์ต่าง ๆ กว่า ๔๐ ชนิด และเป็นที่ประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่กว่า ๒,๐๐๐ ครัวเรือน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ดังกล่าวจึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ (พื้นที่แรมซาร์) สำคัญของโลกแห่งที่สองของจังหวัดหนองคาย และแห่งที่ ๑๑ ของประเทศไทยตลาดลาว เป็นตลาดนัดของอำเภอเมืองบึงกาฬ มีเฉพาะวันอังคารและวันศุกร์ ที่เรียกว่าตลาดลาวเนื่องจากมีแม่ค้าจากฝั่งลาวนำของมาขายเป็นจำนวนมากทั้งพืชผัก อาหารแห้ง และอาหารสดอำเภอปากคาด วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน) ตั้งอยู่บริเวณลานหินเนินเขา ร่มรื่นด้วยต้นไม้และลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่าน บริเวณใต้โขดหินใหญ่ ภายในวัดประดิษฐานพระนอน ส่วนบนโขดหินมีอุโบสถทรงระฆังคว่ำ หากขึ้นไปถึงด้านบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลจนถึงฝั่งลาว การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ถึงอำเภอปากคาด มีทางแยกขวาเข้าวัดไปประมาณ ๕๐๐ เมตรอำเภอศรีวิไล ภูทอก ภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว อยู่ในเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง เป็นภูเขาหินทรายมองเห็นได้แต่ไกล ประกอบด้วย ภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย แต่ก่อนบริเวณนี้เคยเป็นป่าทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมาย พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ได้เข้ามาจัดตั้งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เนื่องจากเป็นสถานที่เงียบสงบมาก ภูทอกน้อยเป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก โดยต้องเดินไปตามสะพานไม้เวียนรอบเขาสูงชันจนถึงยอด สะพานไม้สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพระ เณร และชาวบ้าน เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ใช้เวลานานถึง ๕ ปี บันไดที่ขึ้นสู่ยอดภูทอกนี้เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำสัตบุรุษให้พ้นโลกแห่งโลกียะสู่โลกแห่งโลกุตระหรือโลกแห่งการหลุดพ้นด้วยความเพียรพยายามและมุ่งมั่น ภูทอกยังคงเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและปฏิบัติศาสนกิจของชุมชน บันไดขึ้นภูทอกแบ่งออกเป็น ๗ ชั้น ดังนี้ ชั้นที่ ๑-๒ เป็นบันไดสู่ชั้นที่ ๓ ซึ่งเริ่มเป็นสะพานเวียนรอบเขา สภาพเป็นป่าเขาครึ้ม มีโขดหิน ลานหิน สุดทางชั้นที่ ๓ มีทางแยกสองทาง ทางซ้ายมือเป็นทางลัดไปสู่ชั้นที่ ๕ ได้เลย แต่เป็นทางชันมาก ต้องผ่านอุโมงค์มืด ทางขวามือเป็นทางขึ้นสู่ชั้นที่ ๔ ชั้นที่ ๔ เป็นสะพานลอยเวียนรอบเขา มองไปเบื้องล่างจะเห็นเนินเขาเตี้ย ๆ สลับกัน เรียกว่า “ดงชมพู” ทิศตะวันออกจดกับภูลังกา เขตอำเภอเซกา ซึ่งมีสภาพเป็นป่า บนชั้นที่ ๔ นี้ จะเป็นที่พักของแม่ชี รอบชั้นมีระยะทางประมาณ ๔๐๐ เมตร มีที่พักระหว่างทางเป็นระยะ ๆ ชั้นที่ ๕ มีศาลาและกุฏิที่อาศัยของพระ ตามช่องทางเดินจะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ ตลอดเส้นทางสู่ชั้นที่ ๖ มีที่พักเป็นลานกว้างหลายแห่ง มีหน้าผาชื่อต่าง ๆ กัน เช่น ผาเทพนิมิตร ผาหัวช้าง ผาเทพสถิต เป็นต้น ถ้ามาทางด้านเหนือจะเห็นสะพานหินธรรมชาติทอดสู่พระวิหาร อันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้วย มองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่อย่างชัดเจน ผู้คนส่วนใหญ่มักหยุดการเดินทางเพียงแค่นี้ เพราะจากชั้นที่ ๖ สู่ชั้นที่ ๗ เป็นสะพานไม้ยาว ๔๐๐ เมตร เวียนรอบเขาซึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน สุดทางที่ชั้น ๗ เป็นป่าไม้ร่มครึ้ม การเดินทาง จากอำเภอเมืองบึงกาฬ แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๒๒ ถึงอำเภอศรีวิไล มีทางแยกซ้ายอีก ๓๐ กิโลเมตร ผ่านบ้านอู่คำ บ้านนาสิงห์ บ้านสันทรายงาม บ้านแสงเจริญ สู่บ้านนาคำแคน ถึงภูทอก ภูทอก ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นในวันที่ ๑๐-๑๖ เมษายน ของทุกปี โทร. ๐๘ ๗๔๙๓ ๐๓๕๕อำเภอบุ่งคล้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ตั้งอยู่บ้านดอนจิก เลยอำเภอบุ่งคล้า ๓ กิโลเมตรและเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ ๖ กิโลเมตร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีเนื้อที่ ๑๘๖ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑๑๖,๕๖๒ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง เกือบติดพรมแดนประเทศลาว มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย ๑๕๐-๓๐๐ เมตร สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น บางส่วนเป็นสันเขาหินทราย ลานหินและทุ่งหญ้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐๘ ๔๔๒๘ ๕๓๘๙สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่ น้ำตกถ้ำฝุ่น อยู่ในบริเวณบ้านภูสวาท ตำบลหนองเดิ่น ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ก่อนถึงอำเภอบุ่งคล้า ๗ กิโลเมตรมีทางแยกขวาไปน้ำตก ๔ กิโลเมตร รอบ ๆ เป็นป่าโปร่งที่มีทิวทัศน์สวยงาม ทางเดินไปน้ำตกผ่านลานหินทรายกว้างขวาง น้ำตกไหลมาจากหน้าผาหินทรายที่มีลักษณะเป็นร่องแคบ มองเห็นสายน้ำตกเป็นทางยาว มีน้ำเฉพาะในฤดูฝน น้ำตกเจ็ดสี ตั้งอยู่บ้านดอนเสียด ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา น้ำตกเจ็ดสีเป็นน้ำตกที่สวยงามมาก โดยเฉพาะในฤดูฝน น้ำตกเกิดจากธารน้ำของห้วยกะอามไหลมาตามหน้าผาหินทรายสูงและแผ่กว้างเป็นทางยาว ละอองน้ำเมื่อกระทบกับแสงแดดทำให้เกิดเป็นสีรุ้ง จึงเรียกว่า น้ำตกเจ็ดสี การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ก่อนถึงบุ่งคล้า ๑๒ กิโลเมตร มีทางแยกขวาที่บ้านชัยพร ผ่านบ้านภูเงิน บ้านดอนเสียดไปถึงน้ำตกเป็นระยะทาง ๒๘ กิโลเมตร หรือหากเดินทางจากภูทอกใช้เส้นทางที่ผ่านบ้านนาต้อง บ้านดอนเสียด รวมระยะทางจากภูทอก ๑๔ กิโลเมตร น้ำตกภูถ้ำพระ ตั้งอยู่บริเวณบ้านถ้ำพระ ตำบลโสกก่าม อำเภอเซกา อยู่ห่างจากอำเภอเซกา ๓๔ กิโลเมตร มีน้ำเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น บริเวณน้ำตกเงียบสงบและร่มรื่น เป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ เมื่อเดินขึ้นมาบนลานหินด้านหลัง จะพบหุบเขาแอ่งกระทะขนาดกว้างประมาณ ๒๐๐ ตารางเมตร น้ำตกจะไหลผ่านหน้าผากว้างราว ๑๐๐ เมตร สูงประมาณ ๕๐ เมตร และไหลรวมกันยังแอ่งเบื้องล่าง สามารถลงเล่นน้ำได้ การเดินทาง จากอำเภอบุ่งคล้าไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ระยะทาง ๒๔ กิโลเมตร ถึงบ้านท่าดอกคำ มีทางดินแยกขวาไปจนถึงห้วยบางบาตร และต่อเรือชาวบ้านไปยังน้ำตก น้ำตกชะแนน ตั้งอยู่บ้านภูเงิน อำเภอเซกา เดิมชื่อน้ำตกตาดสะแนน ตาดแปลว่า “ที่ซึ่งมีน้ำไหล” สะแนนมีความหมายว่า “สูงสุดยอด” หรือ “เยี่ยมยอด” น้ำตกชะแนนเกิดจากลำห้วยสะแนนไหลลดหลั่น ๒ ชั้น มีขนาดกว้างประมาณ ๑๐๐ เมตร ระหว่างชั้นที่ ๑ กับชั้นที่ ๒ ห่างกัน ๓๐๐ เมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสวยงาม มีน้ำเฉพาะฤดูฝน ระหว่างทางจะผ่านขัวหิน (สะพานหิน) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น้ำลอดหายไปใต้สะพานหินที่มีความยาวประมาณ ๑๐๐ เมตร การเดินไปชั้นที่สองของน้ำตกชะแนน จะผ่านแนวลำธารที่เต็มไปด้วยโขดหิน เดินตามลำธารไปทางชายฝั่งด้านซ้ายมือ จนถึงทางออกที่ลานกว้างริมแอ่งน้ำใหญ่ เหนือแอ่งน้ำขึ้นไปเป็นน้ำตกเตี้ย ๆ ไหลลงสู่แอ่ง เรียกกันว่า น้ำตกบึงจระเข้ การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกเจ็ดสี โดยใช้เส้นทางบ้านชัยพร-บ้านภูเงิน ระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร จะพบทางแยกไปน้ำตกชะแนนอีก ๕ กิโลเมตร ทางช่วงสุดท้ายเป็นทางดินแคบขรุขระและไม่สะดวก ต้องใช้มอเตอร์ไซค์เท่านั้นอำเภอบึงโขงหลง บึงโขงหลง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตินิเวศ และแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ ๘,๐๖๔ไร่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาโครงการเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ และได้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ บึงโขงหลงได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติอันดับที่ ๑,๐๙๘ ของโลก (Wetland of International Importance) ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ มีพื้นที่กว่า ๒๒ ตารางกิโลเมตร ยาว ๑๓ กิโลเมตร กว้าง ๒ กิโลเมตร เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และพืชน้ำนานาชนิด พบนกน้ำกว่า ๑๐๐ ชนิด รวมทั้งปลาบู่แคระที่หาดูได้ยาก
ข้อมูลจาก http://thai.tourismthailand.org

Hotels2thailand.com